Tel. 0-2877-6577, 0-2877-6578   
Fax
. 0-2877-6579   
Mobile
. 086-5115575   
 
งานแก้ไขอาคารทรุด ร้าว ยกบ้าน ยกตึก
Micropile, Foundation Repair and Building Leveling
ทดสอบ และวิเคราะห์ปัญหาโครงสร้าง
Structural and Foundation Testing and Diagnosis
ซ่อม คาน เพดานชำรุด ผุ เป็นสนิม
Repair Structural and Ceiling Defects
ซ่อมรอยรั่วระเบียง และดาดฟ้า
Solve Patio and Roof Deck Leaks
ซ่อมเสา คาน พื้นแตกร้าว
Repair Structural and Slab cracks
เพิ่มกำลังการรับน้ำหนักโครงสร้าง
Increase Structural Load Capacity
งานซ่อมผนังร้าว
Repair cracks in walls
บริการอื่นๆ
Our Other Services
ข่าวสารและกิจกรรม
Our News and Events
 

 

     สาเหตุของอาคารเอียงทรุด และแตกร้าว อันเนื่องมาจากฐานราก


1. ความยาวของเสาเข็มของอาคารหลังเดียวกันไม่เท่ากัน


     หากใช้เสาเข็มที่มีความยาวต่างกันมากในอาคารหลังเดียวกัน( ส่วนมากจะพบในบ้านหรืออาคารที่มี ส่วนต่อเติม ห้องครัว โรงรถ) ใช้เสาเข็มมีความยาวเพียง 6-8 เมตร ขณะที่บ้านหรืออาคารเดิม ใช้เสาเข็มที่มีความยาว 21 เมตร ก็จะทำให้ส่วนปลายของเสาเข็มตั้งอยู่ในดินที่มีความแข็งไม่เท่ากัน ฉะนั้นการทรุดตัวก็จะไม่เท่ากันด้วย

 

2. สภาพดินใต้อาคารแตกต่างกัน

     ที่ดินบริเวณนั้นเคยเป็นบ่อน้ำหรือคูน้ำมาก่อน หรือเป็นที่ดินที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือในการก่อสร้างวางบ่อซึมไว้ใกล้ฐานรากเกินไป หรือปล่อยน้ำให้แฉะอยู่บริเวณเดียวเป็นเวลานาน จะทำให้ดินในบริเวณนั้นรับน้ำหนักได้น้อยกว่าข้างเคียง อันจะเป็นเหตุให้การทรุดตัวของฐานรากแตกต่างกันได้

3. การสร้างอาคารใหม่ติดกับอาคารเก่าไม่แยกขาดจากกัน

     ในกรณีที่อาคารสองหลังสร้างชิดกันโดยอาคารหลังหนึ่งใช้เสาเข็มสั้น ส่วนอีกหลังใช้เสาเข็มยาว หลังที่ใช้เสาเข็มยาว จะทรุดตัวน้อยมากจนเรียกได้ว่าไม่ทรุด ส่วนอีกหลังหนึ่งซึ่งใช้เสาเข็มสั้นจะทรุดตัวลงเรื่อย ๆ แต่ถ้าหล่อคานหรือก่อผนังติดกัน หรือทำฐานรากเกยกัน อาคารที่ใช้เสาเข็มสั้นจะทรุดตัวเร็วกว่า อาคารที่ใช้เสาเข็มยาว และอาคารที่ใช้เสาเข็มสั้นจะดึงให้ทรุดตามกัน จนอาคารที่ใช้เสาเข็มยาวจะเกิดรอยแตกร้าว

 

4. เสาเข็มหัก

    ในการก่อสร้างตอกเสาเข็ม เมื่อพบว่าเสาเข็มต้นหนึ่งหักและหากไม่ได้ตอกแซม เสาเข็มต้นอื่นในฐานเดียวกัน อาจทำให้ความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของฐานนั้นลดน้อยลงจนเป็นเหตุให้เกิดการวิบัติขึ้นกับอาคารจนทรุดถล่มได้ ฉะนั้นในการก่อสร้าง เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของเสาเข็ม จึงควรทดสอบเสาเข็มเจาะทุกต้นโดยวิธี เช่น Seismic Test เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่าเสาเข็มสมบูรณ์ทุกต้น



5. การเคลื่อนตัวของดิน

     ในขณะที่ตอกเสาเข็ม เพื่อสร้างอาคารใหม่ลงไป จะทำให้ดินเคลื่อนตัวไปผลักดันเสาเข็มของอาคารข้างเคียง และเมื่อเสาเข็มเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อยก็จะหลุดจากฐานรากและการวิบัติก็จะเกิดขึ้นทันที เป็นเหตุให้
พื้นโก่ง อาคารแตกร้าวจนกระทั่งอาคารยุบหรือวิบัติทั้งหลังได้ โดยเฉพาะถ้าเสาเข็มของอาคารเหล่านั้นเป็นชนิดเสาเข็มสั้นหรือเสาเข็มเจาะหล่อในที่ขนาดเล็กวิธีการป้องกันคือ การตอก Sheet Pile ป้องกันการเคลื่อนตัวของดิน


6. ความสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม

     ความสั่นสะเทือนที่เกิดจากการตอกเสาเข็มยาวเมื่อปลายเสาเข็มเริ่มเข้าสู่ชั้นดินแข็ง จะมีผลกระทบกระเทือนต่ออาคารข้างเคียงมาก โดยเฉพาะถ้าอาคารข้างเคียงเหล่านั้นใช้เสาเข็มสั้นหรือไม่ได้ใช้เสาเข็มเลยซึ่งปกติก็ทรุดตัวอยู่แล้ว ความสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็มจะเร่งอัตราการทรุดตัวให้เร็วขึ้นอีก หรือถ้าเป็นอาคารเก่าอัตราการทรุดตัวที่ช้าลงมากแล้วก็จะกลับเพิ่มขึ้นอีกทันที เพื่อลดอัตราจากความสั่นสะเทือนนี้ ควรจะใช้วิธีการ เช่น ขุดคู หรือตอก Sheet Pile คั่นระหว่างอาคารที่กำลังจะสร้างและอาคารเก่าที่อยู่ใกล้เคียง

 



     การซ่อมแซมอาคารที่วิบัติจากการที่เสาเข็มเคลื่อนตัวนี้นับว่ายุ่งยากมากเพราะต้องทำ Underpinning คือ เสริมเสาเข็มใหม่ และจะต้องดีดอาคารที่ยุบลงมาให้อยู่ในระดับเดิมด้วย โดยก่อนดำเนินการ วิศวกรโครงสร้างจะสำรวจสภาพของอาคาร และอาคารข้างเคียง พร้อมทั้งออกแบบ ว่าจะใช้เสาเข็มใหม่เสริมอย่างไร และฐานละกี่ต้น หรือเสาเข็มชนิดใดที่เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหานั้นๆ

 
 


บริษัท ดีฟายน์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Dfine Consultant Col.,Ltd )
525,527 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
525,527 Taksin Road, Samrae, Thonburi, Bangkok 10600

Tel : 0-2877-6577,0-2877-6578 Fax : 0-2877-6579 Mobile : 086-5115575
E-mail
: dfineconsult@yahoo.com

I Web design by DOVERIDER 2008 & INTER FURNITURE ASIA LIMITED PARTNERSHIP I