1. ความยาวของเสาเข็มของอาคารหลังเดียวกันไม่เท่ากัน
หากใช้เสาเข็มที่มีความยาวต่างกันมากในอาคารหลังเดียวกัน(
ส่วนมากจะพบในบ้านหรืออาคารที่มี ส่วนต่อเติม ห้องครัว
โรงรถ) ใช้เสาเข็มมีความยาวเพียง 6-8 เมตร ขณะที่บ้านหรืออาคารเดิม
ใช้เสาเข็มที่มีความยาว 21 เมตร ก็จะทำให้ส่วนปลายของเสาเข็มตั้งอยู่ในดินที่มีความแข็งไม่เท่ากัน
ฉะนั้นการทรุดตัวก็จะไม่เท่ากันด้วย
2. สภาพดินใต้อาคารแตกต่างกัน
ที่ดินบริเวณนั้นเคยเป็นบ่อน้ำหรือคูน้ำมาก่อน
หรือเป็นที่ดินที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือในการก่อสร้างวางบ่อซึมไว้ใกล้ฐานรากเกินไป
หรือปล่อยน้ำให้แฉะอยู่บริเวณเดียวเป็นเวลานาน จะทำให้ดินในบริเวณนั้นรับน้ำหนักได้น้อยกว่าข้างเคียง
อันจะเป็นเหตุให้การทรุดตัวของฐานรากแตกต่างกันได้
3. การสร้างอาคารใหม่ติดกับอาคารเก่าไม่แยกขาดจากกัน
ในกรณีที่อาคารสองหลังสร้างชิดกันโดยอาคารหลังหนึ่งใช้เสาเข็มสั้น
ส่วนอีกหลังใช้เสาเข็มยาว หลังที่ใช้เสาเข็มยาว จะทรุดตัวน้อยมากจนเรียกได้ว่าไม่ทรุด
ส่วนอีกหลังหนึ่งซึ่งใช้เสาเข็มสั้นจะทรุดตัวลงเรื่อย
ๆ แต่ถ้าหล่อคานหรือก่อผนังติดกัน หรือทำฐานรากเกยกัน
อาคารที่ใช้เสาเข็มสั้นจะทรุดตัวเร็วกว่า อาคารที่ใช้เสาเข็มยาว
และอาคารที่ใช้เสาเข็มสั้นจะดึงให้ทรุดตามกัน จนอาคารที่ใช้เสาเข็มยาวจะเกิดรอยแตกร้าว
4. เสาเข็มหัก
ในการก่อสร้างตอกเสาเข็ม เมื่อพบว่าเสาเข็มต้นหนึ่งหักและหากไม่ได้ตอกแซม
เสาเข็มต้นอื่นในฐานเดียวกัน อาจทำให้ความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของฐานนั้นลดน้อยลงจนเป็นเหตุให้เกิดการวิบัติขึ้นกับอาคารจนทรุดถล่มได้
ฉะนั้นในการก่อสร้าง เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของเสาเข็ม
จึงควรทดสอบเสาเข็มเจาะทุกต้นโดยวิธี เช่น Seismic Test
เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่าเสาเข็มสมบูรณ์ทุกต้น